ความรักที่ไม่แบ่งแยก

สิงหาคม 31st, 2010

ความรัก ทุกคนรู้จักคำ ๆ นี้ดี แต่การที่เราจะรักใครสักคน หลายๆ คนนั้นมอบความรักให้อย่างที่ไม่สามารถที่จะขาดมันได้ ทุ่มเทจนทำให้ตัวเองไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ความรักเช่นนี้ไม่ดีเลย  ความรักมีหลายรูปแบบที่เราต้องค้นหา เช่นความรักที่ พ่อ แม่ให้เรา นั้นเป็นความรักที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลกที่เราเองต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และควรดีกับพวกท่านให้มากที่สุด  แต่หลายคนหลงลืมพ่อแม่ของตนเอง กลับทุ่มเทความรักทั้งหมดให้กับชาย หรือหญิงแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาในชีวิตของพวกท่านตอนที่พวกท่านโตแล้ว โดยไม่เคยหันหลังดูว่าใครคอยโอบอุ้มท่านเวลาท่านมีปัญหาใด ๆ คนเหล่านี้ไม่น่าคิดแบบนี่เลยเนอะ  ความรักที่พี่ให้กับน้อง ความรักที่ครูให้กับลูกศิษย์ เป็นความรักความหวังดีให้ลูกศิษย์นั้นไปให้ได้ไกล และมีวิชาความรู้ติดตัวเองให้ได้มากที่สุดเท่าที่ครูจะทำให้ลูกศิษย์ได้  ความรักฉันชู้สาว อันนี้ราเห็นกันมากในสังคม และก็เป็นความรักที่เค้าเรียกกันจริง ๆ ว่าเหมือนยาพิษ  เพราะหลายๆ คนตายเพราะความรักประเภทนี้เยอะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมไม่คิดถึงคนข้างหลังว่าจะมีใครบ้างนะที่เสียใจกับการกระทำของตนเองที่ขาดสติจริงๆ เอางี้เรามาเข้าเรื่องของเรากันดีกว่านะค่ะ  เพราะพูดมากไปก็เท่านั้น 

                ความรักที่ไม่แบ่งแยกของฉันในที่นี้ก็คือ ความรักในการเล่นกีฬา  เป็นความรักในการเล่นกีฬาที่ไม่สามารถแบ่งแยก เพศ   วัย  และอายุของผู้เล่นได้เลย  กีฬาไม่สามารถแบ่งแยกสิ่งต่างๆ ที่ฉันได้กล่าวมาได้  ใครที่คิดจะเล่นกีฬานั้น กีฬาไม่เคยออกมาบอกว่าอย่าเล่นฉันนะ จริงมั้ยค่ะ เพียงแต่ว่ากีฬานั้นพร้อมจะอ้าแขนรับทุกคนเพราะว่าทุกคนนั้นสามารถเลือกเล่นกีฬาที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมีคุณภาพ  การที่เราจะเล่นกีฬาหรือรักกีฬาประเภทไหนแล้วละก็ต้องดูสุขภาพของตนเองก่อนนะค่ะว่าเล่นได้หรือไม่ การที่คนเป็นโรคหัวใจจะเล่นกีฬาอะไรที่มันหนัก ๆ และต้องลุ้นมาก ๆ ก็ต้องพิจารณาดูว่าเล่นได้หรือไม่ เพราะอาจทำให้มีผลกับหัวใจของตนเอง และอาจเกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตอย่างที่เราเองคาดไม่ถึงก็ได้  กีฬานั้นเราสามารถเล่นได้ก็จริง แต่การเล่นกีฬานั้นต้องรู้จักขอบเขตของเล่น  และสภาพร่างกายของผู้เล่นด้วยเหมือนกัน การที่ผู้เล่นนั้นจะชอบกีฬาประเภทอะไรย่อมไม่ผิด แต่จะเล่นได้หรือไม่ได้นั้นก็ต้องดูกันอีกที  เหมือนดังเช่นกีฬามวยนั้น คนที่เป็นโรคหัวใจเล่นได้มั้ยค่ะ ฝึกซ้อมได้มั้ยค่ะ ก็ไม่ได้ หรือกีฬาฟุตบอลนั้นคนที่เป็นโรคหอบหืดก็ไม่สามารถเล่นได้ เพราะกีฬาฟุตบอลนั้นต้องฝึกซ้อมตลอดเวลา และในเกมการแข่งขันนั้นเองก็ต้องวิ่งตลอดกว่าจะจบเกมการแข่งขันก็ต้องเหงื่อตกกันเลยวิ่งอยู่ในสนามตลอด  คนที่เป็นหอบนั้นจะวิ่งไปพ่นยาไปก็ใช่เรื่องจริงมั้ยค่ะ  เดี๋ยวจะโดนหามเข้าโรงพยาบาลโดยไม่รู้ตัวเองซะอีก  อย่าทรมานร่างกายตนเองเลยค่ะ  เราต้องมาลองดูกีฬาทีเหมาะสมกับคัวเราเองจะดีกว่ามั้ยค่ะ  ถ้าเล่นไม่ได้ก็เป็นผู้ดูหรือคอยลุ้นก็ได้ค่ะ ขอบเวทีมีเยอะไปนะค่ะ ลองมานั่งดูนั่งลุ้นดูก็จะสนุกไปอีกแบบหนึ่งนะค่ะ

                กีฬาทุกประเภทนั้นคนที่เล่นต้องมีใจรักในการเล่นกีฬาประเภทนั้น ๆ ต้องยอมรับกับกฎกติกาและระเบียบในการเล่น  และต้องฝึกซ้อมสม่ำเสมอเพื่อเตรียมตัวในการแข่งขันกีฬาในครั้งต่อ ๆ ไป เพื่อให้ร่างกายของเราเองนั้นมีความอดทนได้เป็นอย่างดี  และการที่เราเองจะอดทนกับเรื่องการฝึกซ้อมกีฬาในแต่ละประเภทได้นั้นก็ต้องมีความอดทนในการฝึกซ้อมจองกีฬานั้น ๆ เป็นอย่างดี  ซึ่งกีฬาแต่ละประเภทนั้นย่อมมีการฝึกซ้อมที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ประเภทของกีฬา  จะหนักหรือเบาก็อยู่ที่ประเภทของกีฬานั้น ๆ ด้วยนะค่ะ  แต่ตอนนี้ก็ต้องอยู่ที่ว่าคุณรักกีฬาประเภทนั้นมากน้อยแค่ไหน ทนต่อการฝึกซ้อมได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อที่จะได้ไปแข่งขัน และการรักษากฎกติกาในการแข่งขันนั้นสามารถทำตามกฎกติกาของกีฬาที่ตนเองชอบหรือรักได้มากน้อยแค่ไหนนั้นก็เป็นอีกเรื่องที่เราเองต้องดูกันต่อไป  นักกีฬาทุกคนต้องมีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อมและการแข่งขันในตัวของนักกีฬาเอง ซึ่งไม่มีใครกำหนดได้ ตัวของนักกีฬาเองที่กำหนดได้นะค่ะ การเล่นกีฬาประเภทอะไรก็แล้วแต่การที่ได้เล่นด้วยใจรักนั้นจะทำให้เรามีความสุขในการเล่นกีฬาประเภทนั้นๆ

โค้ชมีความสำคัญกับกีฬาอย่างไร

สิงหาคม 25th, 2010

เราทุกคนเกิดมาก็มีพ่อกับแม่และญาติพี่น้องเป็นครูคนแรกซึ่งครูคนแรกของเรานั้นสอนอะไรบ้าง  สอนเรื่องการกิน  การเดิน การคลาน  การขับถ่าย  การทำความสะอาดร่างกาย  ครูคนแรกของเรานั้นสอนทุกเรื่องที่เราเองไม่รู้  แม้กระทั่งการพูด  การจดจำสิ่งดีๆ และไม่ดีต่าง ๆ ให้กับเรา เมื่อเราโตขึ้นมานั้น พร้อมที่จะเข้าโรงเรียนได้ครูคนต่อมาก็เป็นครูในโรงเรียนตั้งแต่อนุบาล ถึง มหาวิทยาลัย  เป็นครูที่ช่วยสอนให้เรานั้นได้วิชาความรู้ด้านวิชาการและการดำเนินชีวิต ที่ดี  ถ้าหากเราไม่ได้ครูคนที่สองนี้ เราก็คงไม่มีวิชาความรู้ต่าง ๆ อย่างทุกวันนี้ได้

                ในเรื่องของการกีฬา  ครูของการกีฬา ก็คือ โค้ช  ซึ่งโค้ชนั้นก็จะเป็นผู้ที่ให้ความรู้  ฝึกให้เราได้ทำตามกฎกติกา ของกีฬานั้น ๆ รู้เทคนิคต่าง ๆ ในการเล่นกีฬานั้น ๆ และคอยให้คำปรึกษาในกรณีที่เรานั้นไปเจอทีมคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่า  ช่วยแก้ปัญหาด้านเกมกีฬา  และมองให้ทะลุกับเกมกีฬานั้นๆ ได้อย่างดี  ทำให้ทีมแต่ละทีมนั้นมีชัยชนะได้อย่างดี  ก็ต้องอยู่ที่โค้ชที่มองสถานการณ์ในเวลานั้นได้ดีด้วย  การที่จะมองสถานการณ์นั้นได้ทะลุนั้นก็ต้องมีประสบการณ์ที่มากอยู่ หากแต่ผู้ที่มีประสบการณ์ในการคุมเกมการแข่งขัน หรือโค้ชนั้นประสบการณ์มากก็จะเป็นประโยชน์กับทีมที่โค้ชผู้นั้นดูแลอยู่เนื่องจากว่าการที่เราได้โค้ชที่มีประสบการณ์นั้นย่อมเป็นผลดีต่อทีมของเรามากที่สุด  และโอกาสที่จะชนะทีมอื่น ๆ นั้นย่อมมีโอกาสสูงมาก ๆ แต่เราก็อย่าได้ดูถูกโค้ชมือใหม่เหมือนกันเพราะโค้ชมือใหม่อาจมีแนวคิดอะไรดี ๆ ที่เราอาจจะคาดไม่ถึงก็ได้นะ อะไรที่โค้ชเก่า ๆ ที่เก๋าเกมนั้นมีความคิดแบบโบราณ เชื่อในสิ่งที่เป็นความคิดของตัวเองมาตลอดนั้นหรือไม่ยอมรับสิ่งใหม่ ๆ ก็มีในโค้ชคนเก่า ๆ ก็มี แต่โค้ชที่เก่าๆ และเป็นโค้ชมาหลายปีบางคนก็ยอมเปลี่ยนความคิดของตัว  เพื่อปรับให้เข้ากับเกมการแข่งขันในสมัยปัจจุบัน  และก็หาแนวทางเทคนิคใหม่ ๆ ก็มี  แต่อย่างไรก็ดี โค้ชใหม่ ๆ ก็ใช่ว่าไม่มีประสบการณ์แล้วจะพาทีมสู่ความสำเร็จไม่ได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้กับการเป็นโค้ช 

                หากทีมไม่มีโค้ชอะไรจะเกิดขึ้น  ฉันว่ากีฬาอาจไม่ได้เป็นกีฬาเหมือนในปัจจุบันก็ได้ เช่น การฝึกกีฬานั้นอาจจะไม่เป็นระเบียบ  ใครนึกอยากจะมาตอนไหนก็มา  ใครอยากจะคุมทีมก็คุมไป  ไม่สามารถสั่งให้ลูกทีมมาฝึกซ้อมได้อย่างตรงต่อเวลาได้  ความมีระเบียบก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เป็นแน่  หรือแม้แต่กฎกติกา อาจจะผิดเพี้ยนไปเพราะความไม่รู้จริงของนักกีฬาก็ได้  เกมการแข่งขันอาจจะรุนแรงเพราะใช้อารมณ์ในการตัดสินใจมากกว่า ไม่มีใครแก้เกมได้  หรือแม้เกมนั้น ๆ อาจทำให้เกิดปัญหาในการแข่งขันขึ้นมา  ความคิดเห็นอาจไม่ลงรอยกัน อาจคิดว่าความคิดของตนเองดีกว่าของคนอื่น  อาจทำให้เกิดการทะเลาะและทีมนั้นอาจแตกแยกกันออกไปเลยก็เป็นได้  ซึ่งที่เรามองดูแล้วละก็  หากไม่มีผู้ควบคุมหรือที่เรียกกันว่าโค้ชแล้วเห็นจะเป็นเรื่องที่ลำบากแน่  เพราะคนที่เป็นโค้ชนั้นจะคอยควบคุมดูแลทุกอย่างของลูกทีม ไม่ว่าลูกทีมของตนเองจะเป็นอย่างไรก็ตาม โค้ชก็จะพยายามหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที  ไม่ว่าจะเป็นในเกมการแข่งขัน หรือนอกเกมการแข่งขัน

                หากแต่มีโค้ชที่ดี ก็จะนำทีมไปสู่ชัยชนะได้อย่างที่เราคาดไม่ถึง  และเสริมสร้างความสามัคคีให้กับทางทีมได้เป็นอย่างดี  ประสบการณ์ในการจัดการทีมก็เหมือนกัน  โค้ชที่มีประสบการณ์ด้านการควบคุมทีม  และมองเกมทะลุนั้นได้เปรียบกว่า  เพราะโค้ชคนนั้นจะต้องศึกษาคู่ต่อสู้แล้วว่าจุดอ่อนของทีมคู่ต่อสู้นั้นมีอย่างไร  และจุดแข็งของคู่ต่อสู้นั้นเป็นอย่างไร เมื่อศึกษาได้ดังนี้แล้ว ก็นำมาปรับปรุงทีมของเราให้เข้มแข็งขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ เมื่อลงสนามแข่งขันนั้น ก็จะสามารถตีจุดอ่อนของคู่ต่อสู้ได้อย่างไม่ต้องกังวลใด ๆ เลย  การที่เราคิดว่าโค้ชนั้นไม่สำคัญคงเป็นความคิดที่ผิดอย่างแน่นอน  และการที่เราจะแข่งขันกีฬานั้นต้องมีคนแนะนำ และคอยให้คำปรึกษาชี้แนะทุกแนวทางของปัญหา  และเทคนิคต่าง  ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและผลดีต่อการแข่งขันกีฬานั้น ๆ ซึ่งหน้าที่ตรงนี้คงหนีไม่พ้นกับคำว่าโค้ช  การที่เกมการแข่งขัน หรือนักกีฬาคนนั้นจะชนะหรือแพ้ก็ต้องอยู่ที่ตัวนักกีฬากับโค้ชด้วยเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง

ทำไมถึงอยากศัลยกรรม?

สิงหาคม 24th, 2010

ไม่ต้องแปลกใจที่สมัยนี้จะมีแต่ดาราหน้าตาดีๆผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด บางคนเป็นดารามานานนมแต่เพิ่งจะฉายรัศมีเอาเมื่อไม่นานมานี้ ประเภทที่ว่าหายไปนานๆพอกลับมาอีกทีก็สวยปิ๊งเลย บางทีคนเหล่านั้นอาจจะดูดีขึ้นตามกาลเวลา (คนบางประเภทยิ่งแก่ยิ่งดูดี สงสัยหน้าตามันคงเข้าที่ละมั้ง) แต่บางทีความสวยความหล่อนั้นก็เกิดมาจากคมมีดหมอ

สมัยก่อนการศัลยกรรมมีขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือคนที่ประสบอุบัติเหตุจนเสียโฉมอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ ณ ปัจจุบันนี้ โลกศัลยกรรมเปิดกว้างอ้าซ่าสำหรับคนทุกเพศทุกวัย…80% ของดารานักร้องล้วนเคยผ่านมีดหมอเพิ่มความงามมาแล้วทั้งนั้น

ทั้งดารานักร้องไทยและต่างชาติ ไม่มีใครที่ไม่เคยศัลยกรรม อย่างน้อย 80% ต้องผ่านการศัลยกรรมมาแน่นอน (ผู้เขียนเองยังคิดอยากทำเลยค่ะ)

การศัลยกรรมส่วนใหญ่ที่เป็นที่นิยมที่สุดเรียงตามลำดับคือ เสริมจมูก 59.25 เปอร์เซ็นต์ รักษาสิว ทำหน้าใส 46.82 เปอร์เซ็นต์ กรีดตาสองชั้น 10.12 เปอร์เซ็นต์ ฉีด-ผ่าตัดปาก 2.89 เปอร์เซ็นต์ เสริมคาง 2.31 เปอร์เซ็นต์ ตัดกรามทำหน้าเรียว 2.31 เปอร์เซ็นต์ และเสริมหน้าอก 1.73 เปอร์เซ็นต์

เหตุผลที่ทำให้คนเราอยากมีรูปร่างหน้าตาที่ดูดีเพื่อเหตุผลสำหรับความ มั่นใจที่มากขึ้น อย่างที่เคยบอกไปว่า สวยก็หางานได้ก่อน สวยก็มีชีวิตที่ดีขึ้น เช่น ได้เป็นดารา ได้เจอผู้ชายดีๆ และเพื่อตอบสนองความพอใจของตัวเอง อยากหุ่นดี ดูดีเพื่อความพอใจตัวเอง (ผู้ชายไม่เกี่ยวเท่าไร) แค่แต่งตัวแล้วดูดี มันก็มีความสุขลึกๆ เคยมีการทำโพลว่าผู้หญิงประเทศใดที่ติดอันดับการทำศัลยกรรมสูงสุด ไม่ต้องคิดนานเลยค่ะ เกาหลีแน่นอน ผู้หญิงเกาหลีคลั่งไคล้การทำศัลยกรรมกันมากๆ มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับที่นี่ค่ะ ปิดเทอมกลับมา แบบจำไม่ได้เลยก็ บางคนไม่ได้ทำแค่อย่างเดียวก็มี

ที่น่าเป็นห่วงก็คือสมัยนี้ไม่ได้มีแต่คนวัยทำงาน หรือผู้ใหญ่ทำกันเท่านั้น ยังมีเด็กๆวัยรุ่นที่นิยมทำศัลยกรรมกันอยู่มาก ซึ่งผลเสียของการทำศัลยกรรมในวัยที่ร่างกายยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่ มี 2 ประการ คือ กระดูกบริเวณใบหน้าจะเติบโตช้าลงหรือเติบโตช้ากว่าปกติ เนื่องจากการทำศัลยกรรมจะไปรบกวนอวัยวะส่วนนั้นๆ และอวัยวะที่ทำศัลยกรรมไปแล้วอาจจะออกมาไม่ดีไม่สวย เนื่องจากอวัยวะยังไม่โตเต็มที่ ขนาดยังไม่เหมาะสม

นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญศัลยกรรมยังกล่าวเพิ่มเติมถึงการศัลยกรรมในอวัยวะส่วนอื่นด้วย เช่น หน้าอกควรรอให้อายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ก่อนจึงทำ หรือการเสริมคางควรรอให้อายุถึง 18 ปี ส่วนใครอยากตัดกรามต้อง “ร้องเพลงรอ” ไปให้อายุถึง 22 ปีโน่นเลย

ทั้งนี้ทั้งนั้น การทำศัลยกรรมที่ถูกต้องปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายในระยะยาว ควรทำกับโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญ และศึกษาให้ดีก่อนที่จะคิดศัลยกรรมอะไรในร่างกาย

แบรนด์เนมนั้นสำคัญไฉน

สิงหาคม 21st, 2010

สาวๆรักสวยรักงามทั้งหลาย มีรสนิยมในการเลือกข้าวของเครื่องใช้อย่างไรคะ ชอบของที่เป็นงานแฮนด์เมด ชอบของน่ารักๆ ชอบของดีไซน์หรูหรา หรือว่าชอบของมียี่ห้อคะ?  บางคนเวลาซื้อของจะดูคุณภาพ บางคนดูประโยชน์ใช้สอย แต่หลายคนดูชื่อยี่ห้อก่อน เพราะอ้างว่ายี่ห้อดีคุณภาพก็ย่อมดีตามไปด้วย แต่กว่าจะมาเป็นของดีมียี่ห้อที่สามารถเอาโลโก้มาประกันความพอใจของคุณได้นี้ต้องผ่านวิธีคิดและมีกระบวนการต่าง ๆ มาซับซ้อนยาวนานเพียงไร บางทีถ้าคุณรู้ คุณอาจจะเปลี่ยนใจจากยี่ห้อที่คุณภักดีก็ได้

ของมียี่ห้อ หรือที่เรียกว่าของแบรนด์เนม  คำว่า “แบรนด์เนม” เป็นคำทับศัพท์อีกคำหนึ่งที่เราจะได้ยินบ่อยๆ ในภาษาไทย คำหลักของคำนี้มาจากคำภาษาอังกฤษว่า brand ซึ่งคนไทยหลายคนก็นิยมทับศัพท์ว่า “แบรนด์” ในภาษาทางการหรือในแง่กฎหมาย หมายถึง ตราสินค้า เช่น กลยุทธ์การสร้างตราสินค้า หลายคนก็เรียกทับศัพท์เป็น กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ส่วนในภาษาไม่เป็นทางการ brand จะตรงกับคำว่า “ยี่ห้อ” ซึ่งเป็นคำที่มาจากภาษาจีนที่เราใช้กันมาช้านาน หมายถึง เครื่องหมายสำหรับร้านค้าหรือการค้า หรือชื่อร้านค้า

 “แบรนด์เนม” ทับศัพท์มาจากคำภาษาอังกฤษว่า brand name มีความหมายตามพจนานุกรมภาษาอังกฤษว่า a name by which a particular product is sold. แปลเป็นไทยได้ว่า ชื่อที่สินค้าใดสินค้าหนึ่งใช้ในการขาย “แบรนด์เนม” จึงน่าจะตรงกับภาษาไทยว่า “ชื่อตราสินค้า” หรือ “ชื่อยี่ห้อ” คำนี้ในภาษาอังกฤษเป็นคำกลางๆ ไม่ได้สื่อความหมายในแง่บวกหรือแง่ลบ แต่คนไทยเมื่อนำคำทับศัพท์มาใช้ก็มักใช้ในความหมายที่ต่างไป (อีกแล้ว) โดย “แบรนด์เนม” จะหมายถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี หรือสินค้าหรูหรา มีระดับ โดยปริยายจึงหมายถึงสินค้าราคาแพง หรือนำเข้าจากต่างประเทศ (โดยเฉพาะประเทศตะวันตก) เช่น ร้านที่อยู่ในห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ มักขายแต่สินค้าแบรนด์เนม หรือ เขาเป็นคนมีรสนิยมสูงจึงใช้ของแบรนด์เนมเท่านั้น

คำว่า “แบรนด์เนม” จึงถือเป็นคำทับศัพท์ที่มีความหมายเบี่ยงเบนจากคำดั้งเดิมในภาษาอังกฤษ คล้ายกับคำหนึ่งที่ผมเคยเสนอไปแล้ว คือคำว่า “ดีไซน์” ที่ในภาษาอังกฤษ หมายถึงการออกแบบ แต่ในประโยคภาษาไทย อะไรที่ “มีดีไซน์” มักหมายถึงมีการออกแบบที่ที่ดี เก๋ไก๋ สวยงาม แหวกแนวไม่ซ้ำใคร เรียกได้ว่ามีความหมายเอนเอียงไปในแง่บวก ทั้งๆ ที่คำดั้งเดิมมีความหมายกลางๆ

สาเหตุที่ได้ฟังบ่อยๆจากคนชื่นชอบและเลือกที่จะใช้สินค้าแบรนด์เนมก็คือ “ความคุ้มค่าในการใช้งานที่ยาวนานกว่าสินค้าปกติทั่วไป ไม่ตกยุคง่าย ๆ” ฟังแล้วก็อยากจะถามจริงๆค่ะ ว่าคุณแน่ใจหรือคะ ว่าซื้อกระเป๋าใบละหมื่นไป แล้วคุณจะไม่อยากได้อีกถ้ามันออกดีไซน์ใหม่มาติดๆกัน เพราะในความเป็นจริง คนซื้อ 50 เปอร์เซ็นต์ซื้อเพราะสินค้านั้นมีแบรนด์ ซึ่งสิ่งนี้มันกลายเป็นค่านิยมในสังคมไทยไปแล้ว

หากคุณสามารถซื้อได้โดยที่ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่ต้องขอเงินพ่อแม่มาซื้อ ไม่ต้องไปทำผิด เพื่อหาเงินมาซื้อ ถ้าคุณหาซื้อได้ด้วยตัวเองย่อมไม่ผิดค่ะ เพียงแต่ว่า อย่าให้คำว่าแบรนด์เนมมันกลืนตัวตนของเราเข้าไปเลยค่ะ คนมันจะดูดี ใส่อะไรใช้อะไรก็ดูดี

 ไม่ว่าจะแนวไหน ถ้าเหมาะกับตัวเราย่อมดีทั้งนั้นแหละค่ะ

ตะกร้อของทีมนี้ไม่มีคำว่าไร้พรมแดน

สิงหาคม 17th, 2010

การแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันตะกร้อชิงถ้วยพระราชทานคิงคัพส์ครั้งที่ 25 ที่จังหวัดเชียงใหม่ และการแข่งขันกันในครั้งนี้ซึ่งจะต้องพูดกันเป็นพิเศษ ก็คงจะต้องเป็นเรื่องราวของทีมที่เป็นไฮไลต์ของการแข่งขันครั้งนี้นั่นก็คือ ทีมที่มาจากประเทศอิหร่าน ที่ทุกคนดูแล้วนั้นเหมือนประเทศนี้เป็นประเทศที่เคร่งครัดในเรื่องของวัฒนธรรมในเรื่องการแต่งกาย โดยเฉพาะผู้หญิง ซึ่งศาสนาอิสลาม ก็ต้องถือว่ามีกฎข้อห้ามที่ไม่ให้ผู้หญิงให้ผู้อื่นมาถูกเนื้อต้องตัวมากนัก แต่สำหรับทางด้านของกรณีประเทศอิหร่านสำหรับนักกีฬา จึงมีข้อยกเว้น ทางด้านของนายกสมาคมเซปักตะกร้อคนใหม่ ของ อิหร่าน ที่ชื่อว่า โซรัด อาซาซ ซึ่งได้บอกเล่าความรู้สึกให้ฟังว่า ซึ่งรู้สึกดีใจมากและก็เป็นการเริ่มต้นที่ด้วยมากๆเพราะว่าการที่มีผู้หญิงได้เข้ามาร่วมการแข่งขันกันในรายการนี้ ก็ต้องถือว่าเป็นประสบการณ์การเล่นหรือได้รู้จักกับกติกาของการแข่งขันตะกร้อให้มากยิ่งขึ้น ส่วนทางด้านของนักเซปักตะกร้อชายก็ได้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อในครั้งนี้เหมือนกัน และการในครั้งนั้นก็ต้องถือว่าได้เข้าร่วมการแข่งขันคิงส์คัพมาแล้วถึง 6  ครั้ง

โดยทางด้านของสมาคมเซปักตะกร้ออิหร่านก็มีโครงการแนวทางที่จะผลักดันให้ทางด้านของนักกีฬาอิหร่านทั้งชายและหญิงเดินทางควบคู่ไปพร้อมๆกันเพื่อที่จะบุกเบิกใช้ชาวอิหร่านนั้นได้ฝึกหัดเล่นกีฬาตะกร้อให้มากยิ่งขั้น ส่วนทางด้านทักษะจะต้องมีการพัฒนาฝีมือของนักกีฬาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนทางด้านของนักกีฬาเซปักหญิงนั้นยังไม่เคยได้ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน เพราะว่าเนื่องมาจากมีเหตุผลหลายอย่างที่จะต้องปฏิบัติซึ่งจะต้องพากันทำตามกฎของประเทศอย่างเคร่งครัด เพราะตรงนี้จะทำให้เกิดความละเอียดอ่อนมากขึ้นอีกด้วย และทางด้านของสมาคมกีฬาเซปักตะกร้ออิหร่านก็ได้ให้ โมฮัมหมัด โมราดี เฮดโค้ชของนักกีฬาเซปักตะกร้อชายของอิหร่านนั้น ที่จะต้องเข้ามาช่วยกันทำให้นักกีฬาเซปักตะกร้อทุกคนอย่างจริงจัง จนมาในครั้งนี้ก็ทำให้มีความคิดที่อยากจะส่งทีมชุดเซปักตะกร้อหญิงของอิหร่านเพื่อที่จะเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งทางด้านของอิหร่านก็รู้สึกว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่าง เพราะที่จริงแล้วนั้นชุดนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิงนี้ก็เพิ่งจะเคยได้เข้าการแข่งขันเป็นครั้งแรกในศึก คิงส์คัพ ครั้งที่ 25 นี้ ที่จัดการแข่งขันขึ้นในประเทศไทย และก็ต้องถือว่ามีการเตรียมการฝึกซ้อมแค่เดือนเดียวเองเท่านั้น ซึ่งโดยก่อนหน้านี้เราได้มีการจัดทัวร์นาเมนต์การแข่งขันขึ้นเองภายในประเทศเพื่อที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาและก็ถือว่าเป็นการฝึกซ้อมไปด้วยภายในตัว

ทางด้านของนายกสมาคมคนใหม่ของอิหร่าน ยังบอกว่า ชุกนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิง ก็จะต้องมี อาซาร์ อาห์มาดี เป็นผู้จัดการทีมนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิงและก็มี ปารีนาซ โซรามานี ซึ่งเป็นหัวหน้าโค้ชของทีมหญิง โดยทางด้านของสมาคมอิหร่านนั้นได้แบ่งหัวหน้าโค้ชออกเป็นทั้งของชายและของหญิง เพื่อที่จะเป้นความคล่องตัว สำหรับผลการแข่งขันในครั้งนี้ ทีมทางด้านของนักกีฬาเซปักตะกร้อฝ่ายชายนั้น ถือว่าได้ทำผลงานไว้ได้ดีมากที่ได้ลงแข่งขันกับเยอรมนีก็สามารถเอาชนะไปได้ โดยเฉพาะทางด้านของทีมนักกีฬาเซปักตะกร้อหญิงที่ลงการแข่งขันครั้งนี้เป็นครั้งแรกของกีฬาตะกร้อลอดห่วงสากลหญิง และทางด้านของนักกีฬาหญิงก็ต้องรู้สึกแปลกใจกับการโยนลูก การเตะลูกให้เข้าห่วงและการมีหลายท่าที่ต้องเล่นก็ยังไม่รู้วิธีการเล่นซักเท่าไร ซึ่งการแข่งขันกันในครั้งนี้จึงทำให้ได้คะแนนไป 90 คะแนน ก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมากและเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งคือ ยังได้อันดับ 3 ในการแข่งขันครั้งนี้  ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ก็ต้องถือเป็นเรื่องที่พิเศษและเป็นจุดที่น่ามองอีกอย่างหนึ่ง เพราะสามารถทำให้เห็นว่านักกีฬานั้นก็ไม่มีการแบ่งแยกทั้งชายและหญิง

เกมส์กีฬาที่ชื่นชอบ

สิงหาคม 13th, 2010

มองเห็นการแข่งกีฬาต่างๆในทีวีแล้วก็นึกถึงคุณยายขึ้นมา ดิฉันชอบดูกีฬาฟุตบอลและก็กีฬาอื่นๆก็เพราะคุณยายนี่ล่ะค่ะตอนนั้นยังจำได้เป็นช่วงปิดเทอมพอดีถ้าพูดขึ้นมาไม่มีใครไม่รู้จัก   การแข่งกีฬาซีเกมส์จำได้ไมค่ะที่ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ดิฉัน นั่งดูการถ่ายทอดการแข่งขันอยู่ในทีวีกับคุณยาย คุณยายเป็นคนที่ชอบดูกีฬามากนักกีฬาฟุตบอลทีมชาติไทยพูดมาเลยแก่รู้จักหมด     คุณยายก็ทำงานไปด้วยดูด้วยตอนนั้นเท่าที่จำได้ยายทำมัดมี่จะทำเป็นผ้าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านนะค่ะแต่ดิฉันทำไม่เป็นหรอกได้แต่ดูและก็ช่วยได้นิดหน่อย   ดูตั้งแต่การแข่งรอบคัดเลือกเพราะว่าจะมีการถ่ายทอดสดให้ดูตลอดและกีฬาทุกประเภทจะถ่ายทอดสลับกันไประหว่าง  ช่อง 3  ช่อง  7   ช่อง  5     ช่อง  9      วันละ  2   ช่อง   เปลี่ยนกันไปมา    กีฬาโปรดที่คุณยายชอบดูเป็นที่สุดก็คือกีฬา  ตะกร้อ คุณยายชอบดูนักกีฬาคุณหนึ่งเค้าเก่งมากเห็นคุณยายชมอยู่บ่อยๆ   เห็นคุณยายเรียกว่าสืบศักดิ์    คิดว่าคนไทยหลายๆคนคงชอบเหมือนคุณยายใช่ไหมค่ะ

ช่วงนั้นเป็นนักกีฬาดังพอสมควรเพราะพี่เค้าเป็นนักกีฬาที่ถือว่าหน้าตาดีเป็นคนคิ้วหนาเตะตะกร้อเก่งพอพูดขึ้นมาก็คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักเชื่อว่าทุกคนที่ชอบดูกีฬาจะต้องรู้จักแน่นอนตอนนั้นเป็นการแข่งขันรอบชิงเหรียญทองแล้วประเทศไทยเราเก่งมากๆได้เข้าแข่งขันถึงรอบชิงแข่งขันชิงเหรียญกับประเทศมาเลเซียหรือที่รู้จักกันในนามของเสือเหลืองมาเลเซียประเทศเค้าก็ถือว่าเก่งพัฒนาตามหลังประเทศไทยเรามาติดๆแต่ตอนนั้นนักตะกร้อทีมชาติไทยเราก็ไม่กลัวเหมือนกันสู้อย่างเต็มที่เพราะไทยเราเป็นแชมป์เหรียญทองเก่าอยู่แล้วคนทั้งโลกรู้ว่าถ้าเป็นการแข่งเซปักตะกร้อต้องยกให้ไทยเป็นที่หนึ่ง  แต่ว่าการแข่งขันในครั้งนี้ทีมชาติมาเลเซียก็ฝึกฝีเท้ามาดีก็เก่งมากเช่นกัน    เพราะนอกจากทีมชาติมาเลเซียแล้วก็คงไม่มีใครเป็นคู่แข่งได้สมน้ำสมเนื้อเท่านี้อีกแล้วเพราะหลังจากการแข่งหลายครั้งที่ผ่านมาไทยเราก็ชนะมาตลอดจนมาเลเซียแข่งกับเราจนรู้ทางแล้วกลับไปพยายามฝึกซ้อมจนเก่ง

เกมส์นี้ถือได้ว่าการที่จะเอาชนะทีมชาติมาเลเซียไม่ได้หมูอย่างที่คิดกันไว้    การดูตะกร้อทีมชาติไทยแข่งกับทีมชาติมาเลเซียเป็นการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้นมาก และได้ลุ้นตลอดเวลาเพราะลูกแต่ละลูกกว่าจะได้ก็ยากผลัดกันแพ้ชนะทีมละเกมส์ขนาดว่าลูกเลิฟของสืบศักดิ์ที่ว่าแรงและดีแล้วก็ยังกว่าจะชนะมาเลเซียได้ยากลูกตบลูกเลิฟของทางฝั่งมาเลเซียก็ดีไม่แพ้ไทยเหมือนกันแต่เกมส์นี้ที่ดูแล้วสนุกก็เป็นเพราะมีนักกีฬามีการล้อเลียนฝ่ายตรงข้ามเมื่อทีมตัวเองได้แต้มจนผู้ตัดสินต้องคอยเตือนตลอดฝั่งทีมชาติไทยพอมาเลเซียเสียแต้มก็ทำท่าทำทางดีใจออกนอกหน้าหันไปทางด้านมาเลเซียพอทีมมาเลเซียได้แต้มบ้างก็ทำเหมือนกันการแข่งขันในเกมส์นี้ใช้เวลาพอสมควรแต่นักกีฬาตะกร้อทีมชาติไทยก็เอาชนะนักกีฬาตะกร้อทีมชาติมาเลเซียได้

 ไทยเราได้เหรียญทองไปครอง ไม่ทำให้แฟนตะกร้อไทยผิดหวังกองเชียร์ของประเทศไทยที่ไปดูในครั้งนั้นก็มากมายเหลือเกินส่งเสียงให้กำลังใจนักกีฬาทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่องการดูการแข่งขันกีฬาตะกร้อในครั้งนั้นสนุกมากๆก็เลยทำให้ชอบดูกีฬาตั้งแต่นั้นมา   และในการแข่งขันซีเกมส์ในปีนั้นประเทศไทยก็ได้เข้ารอบชิงในหลายๆประเภทมวยสากลสมัครเล่นไทยก็ได้ชิงเหรียญเกือบทุกรุ่นกีฬามวยถือได้ว่าเป็นกีฬาประจำชาติของไทยไม่มีประเทศไหนสู้ไทยได้  กีฬามวยก็เป็นอีกกีฬาชนิดหนึ่งที่มีคนเชียร์เยอะเหมือนกันดูฟุตบอลก็สนุก   กีฬาวิ่ง    ว่ายน้ำ   และมีอีกหลายๆกีฬาที่ยังไม่ได้พูดถึงแต่การดูกีฬาในครั้งนั้นก็มีประโยชน์ไม่น้อยเพราะอย่างน้อยเราก็ ได้รู้จักกีฬา และกฎกติกากีฬาหลายประเภททั้งที่แต่ก่อนไม่คอยสนใจกีฬาเลยก็เริ่มที่ยากเล่นกีฬาและใฝ่ฝันอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติในอนาคต

คว้าแชมป์ลูกหนังอีกแล้ว

สิงหาคม 4th, 2010

ทางด้านของอาร์เซนอล ได้ผงาดคว้าแชมป์เอมิเรตส์ คัพ 2010  หลังที่ได้เฉิอดเฉือนชนะกับ กลาสโกว์ เซลติก ที่เป็นทีมดังจากลีกวิสกี้ โดยถึงว่าเป็นการแข่งขันที่สุดมันด้วยประตู 3-2 ในเกมนัดที่ 2 ที่ได้จัดการแข่งขันกันขึ้นในเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ศึกการแข่งขันฟุตบอลในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการอุ่นเครื่องสี่เส้า รายการ เอมิเรตส์ คัพ 2010 ในการแข่งขันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางด้านของอาร์เซนอล ซึ่งเป็นเจ้าภาพในรายการนี้ ซึ่งถือว่ามี 2 คะแนนจากในการแข่งขันนัดแรก หลังต้องพลาดท่าให้กับเอซี มิลาน ที่เป็นทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศอิตาลีไล่ตีเจ๊า 1-1 พอถึงการแข่งขันในนัดที่2 ได้ลงสนามพบกับ กลาสโกว์ เซลติก ที่เป็นทีมจากประเทศสกอตแลนด์ ซึ่งการแข่งขันในนัดแรกได้เสมอกับโอลิมปิก ลีญง 2-2 ทำให้คะแนนถึง 3 แต้ม ในการแข่งขัยนัดนี้ทางด้านของอาร์เซนอลได้มีการปรับทัพหลายตำแหน่งจากการแข่งขันในเกมแรก พอการแข่งขันนั้นได้เริ่มขึ้นมาได้แค่ 3 นาที  ทางด้านของกองเชียร์เดอะกันเนอร์ส                    ได้เฮกันลั่น

เมื่อทางด้านของวัลคอตต์กระชากลูกเข้ามาในเขตโทษ ก่อนที่จะกึ่งยิงกึ่งผ่านมาที่หน้าประตู และก็เป็นเวลาเข้าชาร์จจ่อๆตุงตาข่าย จึงส่งผลให้ทางอาร์เซนอลขึ้นมานำประตูไป 1-0 หลังจากนั้นไม่นานพอถึงในช่วงท้ายครึ่งแรก อาร์เซนอลก็ต้องมาได้ประตูตีเพื่อที่จะหนีห่างทีมเยือนเซลติก เป็น 2-0 ประตู  ซึ่งลูกที่ 2 นั้นได้มาจากการยิงเสียบเสาแรกเข้าไปของบาการี ซานญา แบ็กขวาทีมชาติฝรั่งเศส พอพักไปและได้กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง ทางด้านอาร์เซนอลก็ยังครองเกมนี้ได้เหนือกว่า และทางอาร์เซนอลก็ยังได้พร้อมส่งผู้เล่นอีก 3 คน ลงมาเติมเกมรุกให้สนุกสนานและมันยิ่งขึ้น พอเกมดำเนินต่อไปได้ซักพักจนกระทั่งนาที 51 ทางด้านอาร์เซนอลได้ขยับสกอร์ตีหนีห่างไปถึง 3-0 จากจังหวะการเตะของ วัลคอตต์ที่ได้จ่ายให้นาสรีจัดการตะบันตุงตาข่าย อย่างไรก็ตามทางด้านของเซลติกก็ยังคงไม่ย่อท้อและเล่นเกมเพื่อที่จะตีตื้นขึ้นมาเป็น 1-3 จากการเตะของ ดาร์ริล เมอร์ฟี ในนาทที่ 73 หลังจากที่อาร์เซนอลได้เล่นเกมแผ่วลงไปนั้น จึงทำให้ทางด้านของเซลติกพยามยามที่จะบุกหนักในเกมการแข่งขันครั้งนี้ ก่อนที่จะยิงไล่จนกระทั่งมาเป็น 2-3 จาการเตะของ คี ซุง-ยอง ที่เป็นนักเตะดาวทีมชาติเกาหลีใต้ ที่จะเพิ่งย้ายมาใหม่ในช่วงของซัมเมอร์นี้ พอนาทที่ 83 แต่เซลติกก็ได้เล่นเกมการแข่งขันครั้งอย่างเต็มที่แล้ว พอจบเกม ทางด้านของอาร์เซนอลก็ได้เฉือดเฉือนเอาชนะเซลติกไปอย่างหวุดหวิดได้ถึง 3-2 คว้าแชมป์ เอริเรตส์ คัพ 2010 ไปครองเป็นสมัยที่ 3 จึงทำให้มี คะแนน 2 คะแนน จาการแข่งขันในนัดที่ 2 และทางด้านของโค้ช ทีมอาร์เซนอลนั้นก็ได้พอใจเป็นอย่างมากกับการแข่งขันในครั้งนี้

 ปัจจุบันผู้เล่นกีฬาที่มีความสามารถสูง ยังมีสิทธิ์ได้เข้ามาศึกษาต่อในระดับสูง บางสาขา บางสถาบัน ทั้งสถานการศึกษาของรัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมี หลายหน่วยงาน รับบุคคลที่เป็นนักกีฬาเข้าทำงาน  ของวงการทั่วไปและมีการแข่งขันกันอยู่เป็นประจำ การเล่นกีฬานั้นก็มีประโยชน์กับเราเช่นเดียวกันเพราะการเล่นกีฬาเป็นหนึ่งที่สามารถทำให้ร่างกายของเราแข็งแรงและสมบูรณ์ หรืออาจจะทำให้ร่างกายนั้นมีภูมิต้านทานกับโรคต่างๆได้

วิทยาศาสตร์การกีฬากับการบาดเจ็บ

กรกฎาคม 30th, 2010

ไม่ว่าอย่างไรอาการบาดเจ็บกับการกีฬาย่อมเป็นของคู่กันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นประเภทไหนก็ย่อมต้องมีการกระทบกระแทกกันเป็นของธรรมดา เราจะลองมาไล่ดูกันว่าการกระทบกระทั่งกันของกีฬาชนิดไหนมีความแรงที่สุดโดยจะทดสอบกับหุ่นทดลองตรวจซับแรงกระแทก  ที่ใช้ในอุตสาหกรรมหนักอย่างรถยนต์ ที่ใช้ในการทดสอบประสิทธิภาพของกันชน และหุ่นทดสอบตัวนี้จะมีการติดเซ็นเซอร์ไว้ทั่วทั้งตัวอย่างเช่นเมื่อได้ดูดซับแรงอัดหรือแรงกระแทกไว้ จะแสดงผลออกมาทางซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันทางสายเคเบิ้ลและแสดงผลถึงแรงที่ร่างกายมนุษย์ที่ถ้าหากโดนกระทำเช่นนั้นจะส่งผลอย่างไร และจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยจะแสดงค่าสุทธิเป็น แรง G ซิ่งแสดงผลออกมาเป็นค่าการกระทำนั้นๆ  ส่วนแรกที่จะนำมาทดลองก็คือกีฬาที่ชาวอาทิตย์อุทัยหรือชาวญี่ปุ่นทุกๆคนรู้จักกันดี นั่นก็คือซูโม่  เป็นกีฬาที่จำเป็นจะต้องใช้แรงจากน้ำหนักตัวผลักดันคู่ต่อสู้ไปให้ออกนอกกรอบหรือเขตที่กำหนด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีการกระทบกระทั่งกันค่อนข้างรุนแรง เราจึงนำนักซูโม่อาชีพคนหนึ่งมาร่วมทดสอบการพุ่งเข้าใส่หุ่นทดสอบแรงกระแทกที่ติดเซ็นเซอร์ไว้ของเราและให้นักซูโม่จอมพลัง พลักหุ่นทดสอบออกจากสนามด้วยแรงกระแทก ผลก็คือ ไม่ได้แรงมากอย่างที่ควรอย่างมากก็แค่แรงประมาณ ถูกชก เพราะตัวของนักซูโม่เองมีชั้นไขมันที่ช่วยดูดซับแรงกระแทกได้ดีอยู่แล้ว เช่นเดียวกันจากการทดลองจำลองภาพด้วยโฮโลแกรม ภาพฉายแสดงแรงกระแทกที่หุ่นได้รับมา เมื่อตัวหุ่นทดลองที่ติดเซ็นเซอร์ไว้ได้รับแรงกระแทกมาแรงส่วนใหญ่จะถูกดูดซับมาผ่าน ร่างกายของนักซูโม่ซึ่งชั้นไขมันจะทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกกลับไป ทำหน้าที่เปรียบเสมือนแอร์แบ๊คของรถยนต์ที่คอยดูดซับแรงกระแทกทำให้แรงกระแทกลดลงเหลือเพียงแค่ 1 ใน 3 ของแรงที่กระทำเท่านั้น จึงไม่นับว่าเป็นแรงกระแทกที่อันตรายซักเท่าไหร่อย่างมากก็ทำให้เซจนถอยออกนอกวงกลมของซูโม่เท่านั้น ต่อมาการเข้าแท๊คของนักอเมริกาฟุตบอลมืออาชีพ ซึ่งพบการกระแทกที่บาดเจ็บรุนแรง ได้มากในการโยนลูกหรือส่งลูกออกไป ของตำแหน่งควอเตอร์แบ็ค จึงนับว่าเสี่ยงมากพอสมควรสำหรับตำแหน่งนี้ที่จะโดนพุ่งเข้าชาร์ททำแท๊คเกิ้ลลงไปนอนกองกับพื้น โดยคราวนี้เราให้นักอเมริกันฟุตบอลอาชีพทำการแท็คเกิ้ลหุ่นทดสอบโดยพุ่งเข้ามาจากด้านข้างของหุ่น ด้วยการวิ่งด้วยความเร็ว โดยหุ่นยืนอยู่เฉยๆ ผลออกมาก็คือความแรง 150 G หรือผลจากการจำลองก็คือความแรงเท่ากับวัวกระทิงเตะด้วยขาหลัง แต่ผลที่น่าตกใจกว่านั้นที่ได้มาจากการประเมิณผลและการจำลองสถานการณ์ในเหตุการณ์จริงหากแทนหุ่นทดลองด้วยมนุษย์ นั่นก็คือ แรงกระแทกจะถูกชุดป้องกันดูดซับไว้ส่วนหนึ่งแต่ก็ยังกระจายไปสู่กล้ามเนื้อส่วนต่างๆแล้วส่งผ่านไปยังกระดูกส่วนที่ได้รับแรงกระแทกมากที่สุดนั่นก็คือส่วกระดูกสันหลัง ที่จะส่งต่อแรงกระแทกไปทำให้กระดูกนั้นเหยียดตรง จนเกิดการหดตัวของร่างกายอย่างผิดธรรมชาติ แต่ยังดีที่กระดูกสันหลังในร่างกายมนุษย์นั้นยังมีความยืดหยุ่นอยู่ แต่ถ้าหากกระดูกสันหลังแข็งกระด้างแล้วละก็ กระดูกคอคงจะหักออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย ต่อมา การพุ่งเข้าชนที่เห็นได้บ่อยในลานน้ำแข็งอย่าง กีฬาHocky ที่มักจะเห็นการเข้าแท็คเกิ้ลกันอย่างชินตา นั้น กลับไม่รุนแรงเท่าไหรเมื่อถูกแท็คเกิ้ลอัดก๊อบปี้เข้ากับกำแพง ทำไมนะหรือก็เพราะว่ากำแพงจะช่วยดูดซับแรงกระแทกเอาไว้ครึ่งหนึ่ง จึงนับได้ว่ากำแพงมีส่วนช่วยในการลดแรงกระแทกได้ กลับกันถ้าหากโดนกระแทกเข้าไปเต็มโดยห่างจากกำแพงแล้วละก็นับว่ารุนแรงมากเลยทีเดียว  ส่วนที่แรงที่สุดนั้นต้องยกให้กับการปะทะกับพื้นของท่า  Body Slam ของนักกีฬามวยปล้ำที่จากการทดลองกับหุ่นทดสอบแล้วว่าแรงทั้งหมดจะถูกเพิ่มด้วยน้ำหนักตัวและแรงดึงดูดของโลก ซึ่งแรงมากขนาดที่วัดเป็นค่าได้มากถึง 400G หรือแรงมากกว่าการถูกรถชนถึง 4 เท่า!

เกมกีฬาการแข่งในเกมและนอกเกม

กรกฎาคม 20th, 2010

สมัยนี้ไม่ว่าอะไรก็ล้วนซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำเต็มไปด้วยกลโกงไปหมด ทั้งการเล่นในเกม และนอกเกม หวังเพียงเพื่อการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามมากกว่าการเล่นกันให้สนุกสนานหรือสร้างเสริมสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนไม่เว้นแม่กระทั่งในเกมกีฬา ที่สมควรจะเล่นกันแบบรู้แพ้รู้ชนะรู้อภัย แต่ในสมัยนี้คงจะใช้คำแบบนี้ไม่ได้ซะแล้ว กลายเป็นว่าเล่นเพื่อเอาชนะ เล่นอย่างไรก็ได้แต่ห้ามแพ้ ใช้กลโกง เล่ห์เหลื่ยมเข้าสู้ไม่เรียกว่า กลโกงแต่เรียกว่ากลยุทธ ซึ่งหลายสิ่งหลายอย่างแล้วไม่สมควรกระทำทั้งสิ้น อย่างเช่นการจงใจทำร้ายฝ่ายตรงข้ามให้บาดเจ็บสาหัสจนเล่นต่อไม่ได้ แบบไม่กลัวการฟาวส์ เพราะเจตนาทำอย่างเห็นๆ ไม่ว่าจะในเกมหรือนอกเกม นอกจากนี้การเล่นนอกเกมยังมีอีกหลายวิธีทั้งที่โหดร้ายทารุณอย่างการไปทำลายนักกีฬาฝั่งตรงข้าม การติดสินบนกรรมการ หรือการเล่นผิดกติกาต่างๆ การเล่นตุกติกกับอุปกรณ์การแข่ง การใช้สารกระตุ้น การ โด๊ปยา และอื่นๆอีกมากมายทั้งที่ส่งผลเสียให้กับลูกทีมตัวเองหรือนักกีฬาของตัวเองจนกระทั่งส่งผลเสียให้กับนักกีฬาคนอื่นๆ ซึ่ง ไม่มีอะไรมาเป็นมาตรวัดได้อย่างสมบูรณ์ว่าทำผิดจริงหรือว่าเจตนาที่จำทำผิดจริงๆหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะมีทั้งกติกาและข้อห้ามมารองรับไว้แต่อย่างไรถ้า ตั้งใจที่จะโกงหรือเล่นนอกเกมนอกกติกาแล้วละก็ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเราไม่มีทางห้ามได้อยู่ดี เพราะสิ่งเหล่านี้นั้นขึ้นอยู่กับสามัญสำนึกของแต่ละคนหรือตัวบุคคลเอง  ที่จงใจจะทำไหมหรือว่ามีสามัญสำนึกในการกระทำของตัวเองหรือไม่ บ้างก็อ้างว่ามันเป็นเทคนิคส่วนบุคคล แต่อย่างไรก็ตามมันอยู่ที่จิตสำนึกมากกว่าที่จะกำหนดว่ามันผิดหรือไม่ มันถูกรึเปล่า รึว่าทำไปแล้วมันผิดต่อตัวเองไหม คนอื่นๆเดือดร้อนกันรึเปล่า ทางที่ดี ไม่ควรทำเลยจะดีกว่า เพราะการเล่นไม่ว่าจะในเกมนอกเกม หรือกีฬาอะไรก็ตามแต่ ย่อมมีกฎมีกติกามารยาท สิ่งที่ควรทำและไม่ควร ทำ ทั้งในเกมและนอกเกม นอกเสียจากว่าเราจะเคารพสิทธิและกติกาที่พึงกระทำอยู่ในขอบเขตที่พอรับได้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรือสร้างความเดือดร้อนให้ใครทั้งตัวเองและผู้อื่น นอกจากนี้ การกระทำผิดทั้งนอกเกมและในเกมไม่ว่าจะจงใจหรือไม่หรือมีใครจับได้รึเปล่า โดยสามัญสำนึกแล้วย่อมมีความรู้สึกที่จะผิดบ้างไม่มากก็น้อย อย่างที่ควรจะเป็น เพราะสามัญสำนึกในตัวคนเรานั้นเมื่อทำผิดอะไรไปซักอย่างไม่ว่าจะสำนึกหรือแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจ แต่ภายในจิตใจส่วนลึกๆแล้วย่อมรู้สึกผิดและละอายในสิ่งที่ตนเองทำไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม ดังนั้นไม่มีอะไรหรือใครที่สามารถเปลื่ยนความคิดของพวกที่ชอบเอาเปรียบหวังเพียงเพื่อเอาชนะได้ นอกจากตัวของเขาเองเพียงเท่านั้น ซึ่งเป็นไปได้ยากมากที่จะเปลื่ยนคนจำพวกนี้ให้กลับมาเป็นคนที่ดีได้ในสังคมถึงแม้ว่าจะเป็นความผิดที่ไม่มีใครจับได้แต่ซักวันหนึ่งก็จะต้องมีคนรู้ถึงเจตนาและผลร้ายที่เคยทำเอาไว้ในอดีตจะต้องได้รับผลจากการกระทำ ของตัวเองอย่างแน่นอนไม่ว่าจะมากหรือน้อย ไม่ว่าจะทำหรือแสร้งบอกว่าไม่ได้ทำความผิดบาปเล็กๆภายในใจที่เปรียบเสมือน จุดสีดำเล็กๆบนกระดาษสีขาว ซักวันหนึ่งจะต้องเด่นชัดขึ้นมาหรือมีคนสังเกตเห็นอย่างแน่นอนและเมื่อถึงเวลานั้น ความผิดทุกอย่างจะสนองตัวของเขาเอง

ฟุตบอลพลาสติก

กรกฎาคม 17th, 2010

ท่ามกลางหมู่บ้านที่ห่างไกลความเจริญ เด็กชายกลุ่มหนึ่งนั่งเฝ้ามองดูรายการโทรทัศน์ ผ่านจอโทรทัศน์ที่ตั้งไว้ หน้าบ้านของผู้ใหญ่บ้าน นั่งดูรับชมการแข่งขันฟุตบอล ของทีมชาติไทย  ณ ที่แห่งนั้น กลุ่มเด็กๆต่างสนทนากันถึงเรื่องฟุตบอล ผู้ใหญ่บ้านเห็นเด็กๆ สนใจในการเล่นกีฬา จึงเข้าไปในตัวเมือง และซื้อลูกบอลพลาสติกใบเล็กๆ ใบหนึ่งมาให้เด็กๆในหมู่บ้านไว้ใช้เล่นกัน เริ่มแรกเดิมทีนั้นไม่มีใครเลยในหมู่บ้านที่รู้จักรายการโทรทัศน์ หรือกีฬาอย่างฟุตบอลเลยนั่นเป็นเพราะว่า หมู่บ้านแห่งนี้อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก เทคโนโลยีในขณะนั้นยังเข้าไปไม่ถึง หมู่บ้านเล็กๆที่ห่างไกลชนบทแห่งนี้ ณ หมู่บ้านแห่งนี้พอหมู่บ้านนี้เริ่มมีถนนตัดผ่าน มีไฟฟ้าเข้ามา ความสะดวกสบายก็เพิ่มมากขึ้น ก็เริ่มมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามา ทั้งไฟฟ้า หลอดไฟ หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์เครื่องแรกของหมู่บ้าน ที่ตั้งไว้หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านที่สนใจ ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมืองของชาวกรุง แต่ว่า ชาวบ้านนั้นก็หาได้สนใจไม่ เพราะต้องไปทำนา หาของป่า กินประทังชีวิตไปวันๆไม่มีเวลามานั่งติดตามข่าวสารหรือนั่งดูโทรทัศน์ ก็จะมีแต่เพียงเด็กๆ เท่านั้น ที่ว่างพออย่างล้นเหลือที่จะมานั่งดู รายการโทรทัศน์ แรกเริ่มเดิมทีที่ผู้ใหญ่บ้านนำ ฟุตบอลพลาสติกมาให้ เด็กๆในหมู่บ้านล้วนตื่นเต้นดีใจที่จะมี ลูกฟุตบอล ลูกแรกของหมู่บ้าน มาให้เล่นกัน แต่น่าเสียดายที่เด็กๆเหล่านั้นต่างไม่มีใครรู้เรื่องฟุตบอลเลยซักคน แม้กระทั่งตัวผู้ใหญ่บ้านเองก็ยังไม่รู้เพราะไม่เคยเล่นเช่นเดียวกัน “เริ่มมาก็ต้องแบ่งฝ่ายให้เท่าๆกันแล้วก็ผลัดกันแย่งลูกฟุตบอล” เด็กคนหนึ่งกล่าวเช่นนั้น เท่าที่ดูผ่านหน้าจอแก้วของโทรทัศน์สีขาวดำ เท่าที่เห็นคนหลายๆคนพากันยื้อแย่งแข่งขันกันให้ได้ลูกฟุตบอล“แย่งมาได้แล้วจะทำยังไงต่อละ?” เด็กสาวคนหนึ่งถาม “แย่งมาได้แล้วก็ต้องเตะออกไป” เด็กชายอีกคนพูดเสริม  “ยื้อแย่งกันมาตั้งนานพอได้มาแล้วก็เตะทิ้งไปเนี่ยนะ?” เหล่าเด็กๆต่างนั่งนิ่งเงียบสงสัยว่าฟุตบอลที่ตนเองดูนั้นเล่นกันยังไง แล้วทำไมผู้คนถึงต่างลุ้นกันตัวโก่งตะโกนเชียร์กู่ร้องกันอย่างสนุกสนาน
“ใช่ๆมันมีไอ้ที่เหมือนตาข่ายนะ ใครเตะเข้าตาข่าย ถ้าเตะลูกฟุตบอลไปให้เข้าตาข่ายของฝ่ายตรงข้ามได้ก็จะได้แต้ม” “แล้วจะรู้แพ้ชนะได้ยังไงละ”  เด็กๆต่างนิ่งเงียบ…. ภายใต้ความเงียบสงัดนั้นไม่มีเสียงใดๆ “ฟุตบอลเล่นยังไงทำไมต้องไปสนใจมันด้วยละแค่เล่นให้สนุกก็พอแล้ว” เด็กคนหนึ่งกล่าวผมไม่เข้าใจที่พวกเขาพูดกัน ผมไม่ได้ไปร่วมเล่นกับพวกเขา ผมได้แต่เฝ้าหน้าจอแก้วอยู่ไม่ไกลจากพวกที่วิ่งไล่ลูกฟุตบอลอย่างเอาเป็นเอาตาย แล้วเตะทิ้งไปส่งๆ เพื่อความสะใจและสนุกสนานเฮฮา  ผมได้แต่เฝ้ามองแต่ละคนเล่นกันอย่างสนุกสนานอย่างไร้แบบแผน ไม่มีกติกา จนกระทั่งผมเบื่อที่จะมองและสนใจในตัวพวกเขาและกลับมานั่งเฝ้าจอแก้ว โทรทัศน์นั่งดูการแข่งขันจริงๆที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่า ถึงแม้ว่าจะดูรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่มันก็น่าสนใจกว่าไปวิ่งเล่นไล่เตะลูกฟุตบอลพลาสติกแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวบัดนี้ผมไม่ได้เล่นฟุตบอลอีกแล้ว ผมได้แต่เพียงเฝ้ามองคนอื่นๆเล่นฟุตบอลจากด้านบนอัฒจันทร์เพียงเท่านั้น … ณ ตอนนี้ผมได้เป็น ประธานสมาคมฟุตบอลแล้ว….